⚠️ ข้อผิดพลาด & หลีกเลี่ยง

ภาษีคริปโตในประเทศไทย: กรมสรรพากร (RD) และหน้าที่ผู้เสียภาษี

· Demonjoy — ประเทศไทย

ภาษีคริปโตในประเทศไทย: กรมสรรพากร (RD) และหน้าที่ผู้เสียภาษี

หลายคนไทยเทรดคริปโตโดยไม่รู้ว่าต้องเสียภาษี — กรมสรรพากร (RD — Revenue Department) มีกฎเกณฑ์ภาษีคริปโตที่ผู้เสียภาษีต้องรู้ บทความนี้จะอธิบายกฎเกณฑ์ภาษีคริปโตในไทย อัตราภาษี ข้อยกเว้น และวิธีเตรียมยื่นภาษี


ภาษีคริปโต: สิ่งที่ RD บังคับใช้

กำไรจากการเทรดคริปโต = รายได้ที่ต้องเสียภาษี

กรมสรรพากรระบุว่า กำไรจากการซื้อ-ขายคริปโต เป็นรายได้ประเภท other income ตามประมวลรหัสภาษีอากร:

  • กำไร = ราคาขาย - ราคาซื้อ - ค่าธรรมเนียม
  • ต้องเสียภาษี PIT (Personal Income Tax)
  • ยื่นในแบบ PND 90 (ปี) หรือ PND 91 (ครึ่งปี)

ประเภทรายได้คริปโตที่ต้องเสียภาษี

ประเภทรายได้ต้องเสียภาษี?หมายเหตุ
กำไรจากการเทรด (buy → sell)✅ ต้องเสียราคาขาย - ราคาซื้อ
กำไรจาก DeFi yield/staking✅ ต้องเสยเป็นรายได้ other income
กำไรจาก airdrop → ขาย✅ ต้องเสียราคาขาย - 0 (ราคาซื้อ = 0)
การโอนเหรียญระหว่าง wallet ของตัวเอง❌ ไม่ต้องเสียโอนระหว่าง wallet ไม่มีกำไร
ซื้อคริปโตเพื่อจ่ายสินค้า⚠️ ต้องพิจารณาอาจมีกำไร/ขาดทุนจากการแลกเปลี่ยน
ขาดทุนจากการเทรด✅ ลดหย่อนรายได้ขาดทุนสามารถลดหย่อนกำไร

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT)

อัตราภาษี PIT เป็น progressive rate — ขึ้นอยู่กับรายได้รวมในปีภาษี:

รายได้รวม (บาท/ปี)อัตราภาษี
0 - 150,0000%
150,001 - 300,0005%
300,001 - 500,00010%
500,001 - 750,00015%
750,001 - 1,000,00020%
1,000,001 - 2,000,00025%
2,000,001 - 5,000,00030%
5,000,001+35%

ตัวอย่างคำนวณ:

ตัวอย่าง: รายได้เงินเดือน 500,000 บาท/ปี + กำไรคริปโต 200,000 บาท → รายได้รวม 700,000 บาท → ภาษี ~57,500 บาท หากไม่รายงานกำไร crypto → ภาษี ~27,500 บาท → ภาษีเพิ่มจากคริปโต ~30,000 บาท


ข้อยกเว้นและการลดหย่อน

ข้อยกเว้นที่สำคัญ:

  1. โอนเหรียญระหว่าง wallet ของตัวเอง — ไม่ต้องเสียภาษี (เช่น โอน BTC จาก Gate.io wallet → hardware wallet)
  2. ขาดทุนจากการเทรด — สามารถลดหย่อนกำไร แต่ต้องมีหลักฐาน
  3. ค่าธรรมเนียมการเทรด — สามารถลดหย่อนจากกำไร (เป็นค่าใช้จ่าย)

⚠️ ข้อจำกัด:

  • ขาดทุนลดหย่อนเฉพาะกำไรคริปโต — ไม่ลดหย่อนรายได้เงินเดือน
  • ต้องคำนวณกำไรแต่ละ transaction แยก — ต้องมีหลักฐาน

กรมสรรพากรติดตามอย่างไร?

แพลตฟอร์มมี license:

Bitkub, Satang Pro — ต้องรายงานข้อมูลผู้ใช้ ให้ RD (transaction, บัตรประชาชน, กำไร/ขาดทุน)

แพลตฟอร์มไม่มี license:

Gate.io, Binance, OKX — ไม่รายงาน ให้ RD โดยตรง แต่ RD อาจติดตามผ่าน:

  • ข้อมูลการโอนเงินธนาคาร (KBank, SCB, BBL รายงาน BOT)
  • การตรวจสอบภาษี — RD อาจตรวจสอบบัญชีธนาคาร

วิธีเตรียมยื่นภาษีคริปโต

Step 1: บันทึกการเทรด

เก็บหลักฐานทุกครั้ง: วันที่, จำนวนเหรียญ, ราคา (THB), ค่าธรรมเนียม — Gate.io, Binance มี feature export transaction history

Step 2: คำนวณกำไร-ขาดทุน

กำไร = ราคาขาย - ราคาซื้อ - ค่าธรรมเนียม ขาดทุน = ราคาซื้อ - ราคาขาย - ค่าธรรมเนียม กำไรรวม = Σกำไร - Σขาดทุน

Step 3: ยื่นในแบบ PND 90/91

  • หมวด other income — กรอกกำไรคริปโตรวม
  • หมวดค่าใช้จ่าย — กรอกค่าธรรมเนียมการเทรด
  • หมวดขาดทุน — กรอกขาดทุนคริปโต

Step 4: ปรึกษา CPA

หากกำไร > 100,000 บาท/ปี ปรึกษา CPA ที่รู้เรื่องภาษีคริปโต


ความเสี่ยงหากไม่ยื่นภาษี

หาก RD ตรวจพบว่าไม่ยื่นภาษี:

  • เสียภาษีเพิ่ม + ค่าปรับ — สูงสุด 200% ของภาษีที่ค้าง + 1.5% ต่อเดือน
  • ความเสี่ยงทางกฎหมาย — อาจถูบดำเนินคดีในกรณีรุนแรง

สรุป

ภาษีคริปโตในไทยเป็นหน้าที่ที่ผู้เสียภาษีต้องรู้:

รายการสรุป
กำไรเทรดคริปโตต้องเสียภาษี PIT (5-35%)
ขาดทุนลดหย่อนกำไรคริปโต (ไม่ลดหย่อนรายได้อื่น)
โอนระหว่าง walletไม่ต้องเสียภาษี
แพลตฟอร์มมี licenseรายงานข้อมูลให้ RD
แพลตฟอร์มไม่มี licenseRD อาจติดตามผ่านธนาคาร
วิธีเตรียมบันทึกเทรด + คำนวณกำไร + ยื่น PND 90/91

⚠️ คำเตือน: กฎเกณฑ์ภาษีคริปโตในไทยอาจเปลี่ยนแปลง — โปรดตรวจสอบกฎหมายล่าสุดจากกรมสรรพากรก่อนยื่นภาษี บทความนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี


เริ่มเทรดอย่างปลอดภัยบน Gate.ioสมัคร Gate.io

บทความที่เกี่ยวข้อง:

Gate.io — ประเทศไทย

Low fees, PromptPay (พร้อมเพย์) support.

เริ่มเทรดอย่างปลอดภัยบน Gate.io →